เครื่องฟอกอากาศในรถ ต้องมีด้วยหรอ!?

ตามกฏหมายแล้วประชาชนชาวไทยต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ถึงจะสามารถขอทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลได้ ตามประกาศนี้

ผมเองก็เป็นชายไทยที่ปฏิบัติตามกฏหมาย ขอทำใบขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลเมื่ออายุครบ 18ปีบริบูรณ์เช่นกัน

ขับรถมาก็สิบกว่าปี ขับมาหลายประเภท ยังไม่เคยมี “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ซักกะเครื่อง

คำว่า “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ก็มีผ่านตาผมบ้างเวลาเดินห้างหรือตามอินเตอร์เน็ต แต่ก็ไม่บ่อยนัก ดูเหมือนก็ไม่ค่อยเป็นที่นิยมในบ้านเราซักเท่าไรด้วย

คงด้วยความคิดที่ว่า “ไม่จำเป็น”  ต้องมีก็ได้
ทำไมถึงต้องมี “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ด้วย?

จนระยะหลังมานี้ เพื่อนๆน่าจะคุ้นกับคำว่า ฝุ่นละอองpm2.5 ที่เป็นข่าวใหญ๋โตกันช่วงนึงว่าชาวกทม.ต้องระวัง นั่นไม่ใช่หมอก แต่เป็นฝุ่นพิษ!!
รายละเอียดเชิงลึกของฝุ่นละอองpm2.5ที่นี่เลย

ทำให้ผมกลับมาคิดว่า วันๆนึงเราใช้เวลาอยู่บนรถตั้งหลายชั่วโมง เดินทางไปแต่ละที่ ขึ้นลงรถแต่ละครั้ง ทุกๆครั้งที่เปิดกระจกหรือเปิดประตู ก็จะมีฝุ่นละออง เชื้อโรค ที่มองไม่เห็นเข้ามาในรถเราด้วยเสมอ

แล้วเราจะรอให้มีอาการ”ป่วย”ก่อน ค่อยไปให้หมอ”รักษา”รึ?
คำตอบของผมคือ “ไม่”ครับ ผมเลือกที่จะ “ป้องกัน” ก่อนที่จะ “ป่วย”ครับ

ผมจึงเริ่มมีความสนใจที่จะอยากได้ “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ขึ้นมาซักเครื่อง
ก็ยังเลือกไม่ถูกอยู่ดี ว่าจะตัดสินใจซื้อยี่ห้อไหน

ประจวบเหมาะกับที่เพื่อนสนิทผม เปิดธุรกิจใหม่ขึ้นมาชื่อ “FApurifier” เป็น”เครื่องฟอกอากาศในรถ” ขนาดกะทัดรัด

ด้วยความที่ผมกำลังหา “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ดีๆซักเครื่องมาใช้ และเพื่อนสนิทคนนี้ธุรกิจหลักเค้าก็ค่อนข้างใหญ่โตและเป็นบริษัทที่มีธรรมาภิบาล

จากที่ฟังเค้านำเสนอสินค้าในหลายๆมุมมองแล้ว ก็ตัดสินใจไม่นานที่จะสั่งซื้อมาใช้

เดี๋ยวผมจะพาเพื่อนๆไปดูว่าเจ้า FApurifier นี้ เป็นยังไง พร้อมอธิบายข้อดีข้อเสีย กันครับ

“ถ้าเพื่อนๆไม่สะดวกอ่านรายละเอียดแต่ละสเต็ปสามารถเลื่อนไปด้านล่างสุดดูข้อสรุปเลยก็ได้นะครับ”

หน้าตากล่องเป็นแบบนี้เลย ก็ดูเรียบหรูน่าใช้ดี

ด้านหลังกล่องก็จะมีรายละเอียดสินค้าคร่าวๆตามนี้

หลังจากแกะซีลพลาสติกแล้วเปิดกล่องออกมาก็จะพบคู่มือวิธีการใช้อยู่ด้านบนสินค้าแบบนี้

คู่มือการใช้และคำแนะนำก็จะมีทั้งภาษาอังกฤษและภาษาไทยในเล่ม


ด้านในกล่องก็จะมี ตัวเครื่อง , คู่มือการใช้ , สาย adapter เท่านี้ครับ

มาดูตัวเครื่องกันดีกว่า ตัว body วัสดุเป็นพลาสติกดำด้าน ตรงฝาที่มีโลโก้ FA เป็นพลาสติกดำเงา ทำออกมาดูดี น้ำหนักตัวเครื่องไม่เบานะ ตามสเปคระบุไว้ว่า 350g  พอมาหยิบจับดูแล้วไม่ก๊องแก๊งครับ
กลมๆตรงตัว body นั่นคือสัญลักษณ์เปิดปิดครับ แต่จากที่ใช้งานจริง เราดับเครื่องรถยนต์ เครื่องฟอกอากาศก็ดับเอง พอเราสตาร์ทรถ เครื่องฟอกอากาศก็เปิดขึ้นมาเองครับ จุดนี้ถือว่าสะดวกมากๆ ไม่ต้องกังวลว่าจะลืมเปิดปิดเครื่องฟอกอากาศรึเปล่า

ฝาด้านบนแน่นดี เปิดออกมาไม่ยากครับ เป็นระบบแม่เหล็ก 4 จุด
เปิดมาก็จะเจอแผ่นกรองซีลพลาสติกมาอยู่

นี่ครับ หน้าตาเจ้าไส้กรองอากาศที่เค้าเคลมไว้ว่ากรองได้แม้กระทั่งฝุ่นละออง pm2.5



นี่ครับ หน้าตาพัดลมที่ทำหน้าที่สร้างอากาศ เจ้าพัดลมตัวนี้เป็นอลูมิเนียมของญี่ปุ่นนะครับ


ต่อไปเรามาแกะซีลไส้กรอง แล้วประกอบเข้าไปกันดีกว่าครับ


วางลงไปพอดีช่องได้เลย ง่ายๆ


ฝาบนปิดง่ายๆ และแน่นหนึบด้วยระบบแม่เหล็ก4 จุด

ภายนอก ด้านหน้าของเครื่องจะเป็นช่องที่ลมออกมา
ช่องที่ลมเข้าจะเป็นช่องด้านบนที่เราเปิดฝาใส่ไส้กรองนั่นครับ

ช่องเสียบสาย adapter จะอยู่บริเวณด้านขวาครับ เป็นช่องเว้าเข้าไปแบบนี้เมื่อเสียบสายแล้วก็จะล็อคแน่นแบบนี้ รับรองไม่มีหลุด

ด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีบอกสเปคนิดหน่อย พร้อมยางกันลื่นหนึบๆ 4 จุด

สาย adapter สเปคนี้ครับ
ความยาว 1.5 เมตร เหลือเฟือกันเลยทีเดียว

เมื่อประกอบอะไรเสร็จเรียบร้อย
พร้อมจะใช้งานแล้วครับบบ

ด้วยความที่ช่องจุดบุหรี่ที่รถผมเสียบกับกล้องหน้ารถอยู่แล้ว ทำให้ต้องหาตัวแปลง 2 ช่องหน้าตาแบบนี้มาใช้ครับ
สั่งซื้อจาก Lazada มา ราคา 198บาท เท่านั้น

ตอนเสียบปลั๊กใช้งานจริงไฟจะติดแบบนี้ ดูดีมากๆ

เสียบปลั๊กซักพัก เครื่องจะร้อง “ติ๊ด” ขึ้นมา ตามที่คู่มือแนะนำไว้เลยครับ

แอบลุ้นขั้นตอนต่อไปอยุ่ เห็นว่าถ้าขึ้นไฟเขียวแปลว่าสภาพอากาศโดยรอบยังสะอาดอยู่ ถ้าเกิดขึ้นสีแดงแปลว่าตัวเครื่องตรวจจับว่ามีมลพิษมากครับ

สรุป รถผม ขึ้นไฟสีเขียวตลอดครับ ตอนนี้ รอดตัวไป 55555

รถโตโยต้าพรีอุสผม มีช่องวางของข้างล่าง วางเครื่องฟอกอากาศตรงนี้ได้พอดีเหมือนวัดไซส์มาเลยทีเดียว

FApurifier เค้าเคลมไว้ด้วยว่า “เครื่องฟอกอากาศในรถ” ของเค้า สามารถ บรรเทาอาการเหล่านี้ได้

ไว้ผมจะคอยสังเกตุตัวเองนะครับ ว่าอาการเหล่านี้จะบรรเทาลงบ้างรึเปล่า 5555

สรุป

FApurifier รุ่น FA-818 เครื่องนี้ กับราคาโปรโมชั่นใน Facebook ตอนนี้ เครื่องละ 2,114 บาท รับประกันสินค้า 1ปี และจัดส่งฟรี  คลิก 

ข้อดี
1.ขนาดกำลังพอดี
2.ดีไซน์ล้ำสมัย เหมือนเป็นของตกแต่งรถชิ้นนึงได้เลย
3.ตอนเครื่องทำงานเสียงไม่ดัง ถ้าไม่ตั้งใจฟัง แทบจะไม่ได้ยินเลย
4.เปิด ปิด อัตโนมัติ ตอนสตาร์ทเครื่องยนต์และดับเครื่องยนต์
5.สามารถดักจับฝุ่นละอองได้ถึง pm2.5

ข้อเสีย
1.จากรูปที่กล่องเห็นเค้าตั้งใจออกแบบให้วางไว้ด้านบนคอนโซลรถ แต่จากรุ่นนี้ที่มาพร้อมสายเสียบ จะทำให้ดูเกะกะไม่สวยงาม
2..สายเสียบเป็นที่จุดบุหรี่ถ้ารถที่มีกล้องหน้าส่วนใหญ่ก็มักจะเสียบกับช่องจุดบุหรี่ไปแล้ว อนาคตจะแถมช่องที่จุดบุหรี่สองช่องเป็นแพ็คเกจไปด้วยก็ได้
3.ยังไม่มีระบุว่าไส้กรองอายุการใช้งานนานเท่าไร และราคาเท่าไร

วันนี้ 14 ก.ค. เป็นวันแรกที่ผมได้เริ่มใช้ “เครื่องฟอกอากาศในรถ” FApurifier
ถ้ามีอะไรอัพเดทจะทยอยเพิ่มเติมข้อมูลให้เพื่อนๆได้ทราบนะครับ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย รักษาสุขภาพกันด้วยนะคร้าบบ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *